วิธีการ Boost Post Facebook เพื่อเพิ่มยอดการเข้าถึง เพิ่มยอดขาย สำหรับแม่ค้าและนักการตลาดออนไลน์มือใหม่

สำหรับแม่ค้ามือใหม่ที่อยากทำการตลาดออนไลน์บน Facebook ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของโลก ที่มีผู้ใช้มากที่สุด ดังนั้น Facebook จึงเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของนักการตลาดที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป็นจำนวนมากนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม จาก algorithm ของ Facebook ที่นับวันยิ่งลดจำนวนการเข้าถึงโพสต์ของเราแบบ organic ลดลงเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้คอนเท็นต์ที่เราใช้เวลาเขียนเป็นเวลานาน ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้มากเท่ากับที่เคยเป็นมา ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ Facebook Boost Post Button ซึ่งเป็นปุ่มสำหรับบูสต์โพสต์ของ Facebook โดยจะมีค่าใช้จ่ายนั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งลงทุนเยอะ คนยิ่งเห็นโพสต์เยอะ ก็ว่าได้

ในคอนเท็นต์นี้จะแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับ Facebook Boost Post สำหรับแม่ค้ามือใหม่ เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่อยากทำการตลาดออนไลน์ครับ

ข้อดีของการ Facebook Boost

– ช่วยเพิ่มยอดการเข้าถึงโพสต์ของเรา

Facebook ได้ทำการลดยอด reach หรือยอดการเข้าถึงโพสต์ organic ของธุรกิจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พูดง่ายๆ คือ คนที่มองเห็นโพสต์ของเรานั้นต่ำมาก ดังนั้นการบูสต์โพสต์จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้

– เข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น อย่างเฉพาะเจาะจง

การบูสต์โพสต์ Facebook จะช่วยให้คอนเท็นต์ของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่คนที่กด Like เพจของเราเท่านั้น รวมถึงเรายังสามารถตั้งค่าให้ใครสามารถมองเห็นโพสต์ของเราแบบเฉพาะเจาะจงได้ ยกตัวอย่างเช่น โพสต์นี้ให้คนที่มีอายุ 30-35 ปี เพศหญิง ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ เป็นต้น

– ใช้งานง่าย

เพียงแค่กดปุ่ม โปรโมท หรือ Boost Post คอนเท็นต์ของเราก็จะถูกส่งไปยังกลุ่มที่กำหนดทันทีหลังจากที่ Facebook ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลนั้นๆ ว่าไม่ขัดต่อกฎของ Facebook คอนเท็นต์ก็จะได้รับการโปรโมททันที โดยโพสต์แทบทุกประเภทสามารถบูสต์ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ข้อความสั้นๆ, ภาพนิ่ง, วีดีโอ, ลิงค์ หรืออื่นๆ ก็ได้เช่นกัน

– ควบคุมสะดวก

การบูสต์โพสต์ของเรา เราสามารถควบคุมได้ด้วยตนเองอย่างง่าย เช่น สามารถตัดการโปรโมทได้เท่าที่ใจต้องการ หรือเริ่มโปรโมทใหม่อีกครั้งก็ได้ หรือจะยกเลิก แล้วไปโปรโมทโพสต์อื่นก็ได้เช่นกัน

– มีข้อมูลเชิงลึกให้วิเคราะห์

จุดนี้สำคัญเช่นกัน คือข้อมูลแบบ Insight เชิงลึกหลังจากโพสต์เสร็จแล้ว Facebook จะมีการสรุปประสิทธิภาพของบูสต์โพสต์นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการเข้าถึง, การคลิ๊ก, ปฏิกริยาโต้ตอบของกลุ่มลูกค้า, คอมเม้นต์, หรือการไลค์แชร์ต่างๆ ทำให้เราสามารถประเมินความสำเร็จของการบูสต์นั้นๆ ได้อย่างละเอียด

ฟีเจอร์ของการ Boost Facebook

การบูสต์โพสต์บน Facebook คุณสามารถเลือกหัวข้อของการบูสต์ได้หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น การประกาศต่างๆ การแจ้งโปรโมชั่น หรือจะเป็นการกระตุ้นยอดขายเพื่อให้คนโทร หรือส่งข้อความสั่งซื้อก็ได้เช่นกัน

การบูสต์โพสต์ สิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงหลักๆ มีอยู่ 3 หัวข้อ ประกอบไปด้วย

1. กลุ่มเป้าหมาย – เราต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าถึงคอนเท็นต์ของเราให้ดี ไม่ว่าจะเป็นด้าน อายุ, เพศ, ที่อยู่อาศัย, หรือความสนใจ นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงลงไปอีก เช่น เลือกกลุ่มเป้าหมายจากความสนใจของบุคคลในบุคคลหนึ่ง หรือความสนใจของเพจจากคนคนนั้น เป็นต้น

2. งบประมาณ – คุณต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในการบูสต์ให้ดี โดยสามารถบูสต์ได้ต่ำที่สุดอยู่ที่ $1 หรือประมาณ 30 บาทต่อวันต่อโพสต์

3. ระยะเวลาการโปรโมท – เราสามารถเลือกระยะเวลาการโปรโมทได้เอง ไม่ว่าจะเป็น 1 วัน 1 สัปดาห์ หรือบูสต์อย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะกดหยุดบูสต์เอง ก็ยังได้

ค่าใช้จ่ายในการ Boost Facebook

การบูสต์โพสต์บน Facebook ก็เหมือนการโปรโมทบนโซเชียลเน็ตเวิร์คชนิดอื่นๆ ครับ คือต้องมีค่าใช้จ่ายในการบูสต์ แต่ต้องบูสต์เท่าไหร่ ถึงจะตรงกับที่เราพอใจ

ข้อดีของการ Boost Post บน Facebook คือ เราสามารถจำกัดวงเงินการโปรโมทได้เองตามต้องการ ไม่ใช่การจ่ายเงินตามจำนวนคลิ๊ก หรือการซื้อแบนเนอร์ครับ โดยค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการโปรโมทปัจจุบันอยู่ที่ 31.22 บาทต่อวัน (ก่อนหน้านี้คือ 30 บาทต่อวัน) ซึ่งถ้าหากเราต้องการโปรโมทขั้นต่ำ 1 สัปดาห์ จะใช้เงินเพียงประมาณ 220 บาทเท่านั้น

ซึ่งแน่นอนว่าการจ่ายมากกว่า ก็จะเข้าถึงลูกค้าที่มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น การโปรโมท 31 บาท จะสามารถเข้าถึงคนได้ 510 – 1,500 คนต่อวัน, การโปรโมท 100 บาท จะเข้าถึงคนได้ 1,700 – 4,900 คนต่อวัน หรือการโปรโมท จะสามารถเข้าถึงคนได้ 17,000 – 49,000 คนต่อวัน ดังนั้นนักการตลาดออนไลน์จะต้องมีเป้าหมายในใจว่าอยากให้คนเข้าถึงแค่ไหน

รวมไปถึงยอดการเข้าถึงนั้น ยังมีปัจจัยอื่นสนับสนุนอีก อย่างเช่น กลุ่มเป้าหมาย ความน่าสนใจของโปรโมชั่นหรือคอนเท้นต์ เป็นต้น เพราะคอนเท็นต์ที่ดี จะมีการแชร์การไลค์แบบ organic มาก จะช่วยให้ต้นทุนการเข้าถึงต่อครั้งลดลงด้วย

เราจะ Boost Post Facebook ได้อย่างไร?

1. เลือกโพสต์ที่จะบูสต์

ต่อไปเป็นขั้นตอนการบูสต์โพสต์อย่างง่ายครับ เริ่มแรกเลยให้เราเลือกโพสต์ที่ต้องการบูสต์ หรือโปรโมทก่อน จากนั้นคลิ๊กที่ปุ่ม “โปรโมทโพสต์” หรือหากเป็นการโพสต์ใหม่ ให้เลือกปุ่ม โปรโมท หรือ Boost Post ตามลูกศร

2. เลือกกลุ่มเป้าหมาย

หลังจากคลิ๊ก โปรโมทโพสต์ แล้ว ต่อไประบบจะแสดงเมนูการเลือกกลุ่มเป้าหมายขึ้นมาครับ โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นการโปรโมทไปยังคนที่กด Like เพจ หรือกลุ่มเพื่อน เท่านั้น จุดนี้เราต้องทราบกลุ่มเป้าหมายของเราก่อน ยกตัวอย่างเช่น สินค้าของเราจับกลุ่มวัยช่วงไหน เพศไหน ความสนใจอะไร หรืออาศัยอยู่ที่ไหน เป็นต้น

จุดนี้ในแต่ละธุรกิจอาจมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจุดนี้ผู้โพสต์จะต้องเป็นคนตัดสินใจเองครับว่าจะเลือกให้คนกลุ่มไหนเห็นโพสต์ของเรา และมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสการสั่งซื้อสินค้าของเรานั่นเอง

3. ตั้งงบประมาณ

เมื่อเลือกกลุ่มเป้าหมายที่โพสต์ของเราจะไปปรากฎให้เค้าเห็นได้แล้ว ต่อไปคุณต้องตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายตามงบของคุณ โดยขั้นต่ำปัจจุบันจะอยู่ที่ 31 บาทต่อวัน และแน่นอนว่า งบยิ่งสูง ยอดการเข้าถึงยิ่งเยอะ โอกาสขายก็จะยิ่งเยอะตามไปครับ

4. กำหนดระยะเวลาการโปรโมท

เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้โพสต์ของเราบูสต์เป็นเวลากี่วัน ขั้นต่ำ 1 วัน มากที่สุดคือโปรโมทต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะกดหยุดโปรโมทเอง

5. ตรวจสอบโพสต์

ต่อไปให้เราตรวจสอบโพสต์ที่จะโปรโมทว่ามีจุดไหนบกพร่องหรือไม่ เขียนข้อความไหนผิดหรือเปล่า หรือใส่ลิงค์ถูกต้องหรือไม่ เพราะเมื่อคุณโปรโมทไปแล้ว การกลับมาแก้ทีหลังค่อนข้างยุ่งยาก และอาจต้องเริ่มต้นโปรโมทใหม่อีกครั้งเลยทีเดียว

6. เลือกการชำระเงิน

Facebook ค่อนข้างเปิดกว้างสำหรับการชำระเงินครับ โดยรองรับทั้ง Visa, MasterCard และอื่นๆ รวมถึง Paypal จุดนี้เลือกตามที่เราใช้อยู่เลย

7. เริ่มต้นโปรโมท

ถึงจุดนี้โพสต์ของคุณจะถูกตรวจสอบ ซึ่้งถ้าหากโพสต์ของคุณไม่ขัดต่อกฎเกณฑ์ของ Facebook ระบบก็จะเริ่มต้นโปรโมทโพสต์ของคุณทันที โดยมีการแจ้งเตือนบอกด้วย

เบื้องต้นก็ประมาณนี้ครับ ใครที่สนใจทำการตลาดออนไลน์กับ Facebook เชื่อว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ 🙂

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น