Lalamove เผย SME กลุ่มสำรวจ 93% ชี้ AI ช่วยให้งานเร็วขึ้น แต่ต้นทุนขนส่งยังกดดัน
ผลสำรวจ Lalamove SME Survey 2026 พบว่า 93% ของผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มสำรวจระบุว่า AI และระบบอัตโนมัติช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานเร็วขึ้น โดยงานการตลาดและคอนเทนต์เป็นการใช้งานหลัก ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนโลจิสติกส์และลูกค้าที่ต้องการจัดส่งเร็วกว่าเดิม

เกือบครึ่งใช้ AI แล้ว งานการตลาดมาเป็นอันดับแรก
ผู้ประกอบการ 49.8% นำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้อย่างแพร่หลายหรือใช้ในบางส่วนของธุรกิจแล้ว ส่วนอีก 22.4% อยู่ระหว่างพิจารณานำมาใช้ โดย 3 งานหลักที่มีการประยุกต์ใช้มากที่สุด ได้แก่
ตัวเลข 93% สะท้อนการประเมินของผู้ตอบว่าเทคโนโลยีช่วยให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้น ไม่ใช่สัดส่วนผู้ประกอบการที่นำ AI มาใช้แล้ว และไม่ได้หมายถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้น 93%
มองปี 2570 กังวลน้อยลง แต่ยังเน้นบริหารความเสี่ยง
สัดส่วนผู้ประกอบการที่กังวลต่อแนวโน้มธุรกิจไทยในปี 2570 อยู่ที่ 46.8% เทียบกับ 53.3% ในผลสำรวจมุมมองต่อปี 2569 แม้ลดลง แต่ยังสะท้อนว่าผู้ประกอบการเกือบครึ่งมีความกังวลต่อทิศทางธุรกิจ
ข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า ภาพดังกล่าวสะท้อนแนวทางดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและการลดความเสี่ยง มากกว่าการลงทุนเชิงรุก
ต้นทุนขนส่งกดดัน ขณะที่ลูกค้าต้องการความเร็ว
ด้านโลจิสติกส์ 41.7% ของ SME ในกลุ่มสำรวจคาดว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปัจจัยสำคัญซึ่งทำให้ความต้องการด้านขนส่งเปลี่ยนไป ได้แก่
อินโฟกราฟิกผลสำรวจ
ลูกค้าธุรกิจ Lalamove เพิ่ม 36% ในเดือนกันยายน
นายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า จำนวนลูกค้าธุรกิจที่เรียกใช้บริการลาลามูฟเพิ่มขึ้น 36% ในเดือนกันยายน 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และปัจจุบันลูกค้าธุรกิจคิดเป็น 25% ของฐานผู้ใช้งานลาลามูฟทั้งหมดในไทย

นายเบนกล่าวว่า เมื่อ AI ช่วยให้ธุรกิจทำงานเร็วขึ้น ผู้บริโภคก็ยิ่งคาดหวังการจัดส่งที่รวดเร็วและสะดวก SME จึงต้องปรับตัวทั้งด้านต้นทุนและบริการ โดยลาลามูฟวางบทบาทเป็นพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่ยืดหยุ่น คุ้มค่า และเข้าถึงได้
ลาลามูฟก่อตั้งในฮ่องกงเมื่อปี 2556 ให้บริการส่งด่วนแบบออนดีมานด์ โดยต้นฉบับระบุว่ามีบริการใน 18 ประเทศ ครอบคลุมเอเชีย ทวีปอเมริกา และภูมิภาค EMEA



